อาลัยแด่การจากไปของลุงหมัก


24 พฤศจิกายน 2552 เป็นอีกหนึ่งวันที่เราต้องเสียขุนพลฝ่ายประชาธิปไตยไป อย่างไม่มีวันกลับ กับการจากไปของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของไทย เมื่อเวลา 08:48น. ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ หลังเข้าพักรักษาตัวด้วยโรคมะเร็งขั้วตับ เป็นเวลาประมาณ 1 ปี

หลังจากการรัฐประหารเมื่อปี 2549 หลังจากการที่พรรคไทยรักไทยถูกยุบ ตามแผนบันได 4 ขั้นของ คมช และตัดสิทธิ์ทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคทั้ง 111 คน

ในวันที่ฝ่ายประชาธิปไตยต้องเพลี่ยงพล้ำอย่างนี้ ลุงหมักได้อาสารับหน้าที่เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ทำหน้าที่เป็นขุนพลที่ช่วยให้ฝ่ายประชาธิปไตย ได้ฟื้นกลับมาตั้งตัวได้อีกครั้งหนึ่ง และเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นมวลมหาประชาชนอย่างทุกวันนี้

ขอขอบคุณลุงหมัก ขอขอบคุณอย่างจริงใจ ที่มีส่วนทำให้คนเสื้อแดงเติบโตจนถึงทุกวันนี้
อาลัยยิ่ง หลับให้สบายเถิด



ชีวประวัติ โดยสังเขป
นายสมัคร สุนทรเวชเป็นบุตรของ เสวกเอก พระยาบำรุงราชบริพาร (เสมียน สุนทรเวช) กับ คุณหญิงบำรุงราชบริพาร (อำพัน จิตรกร) เป็นหลานลุงของ มหาเสวกตรี พระยาแพทย์พงศาวิสุทธาธิบดี (สุ่น สุนทรเวช) นายแพทย์ประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นหลานตาของ มหาเสวกตรี พระยาอนุศาสน์จิตรกร (จันทร์ จิตรกร) จิตรกรประจำสำนัก

นายสมัครเป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนพี่น้อง 6 คน ดังนี้
    * พ.อ. (พิเศษ) พ.ญ.มยุรี พลางกูร - อดีตรองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
    * นางเยาวมาลย์ ราชวังเมือง - ประกอบธุรกิจส่วนตัว
    * พล.อ.อ.สมมต สุนทรเวช - อดีตที่ปรึกษา ทอ. (ถึงแก่กรรมแล้ว)
    * นายสมัคร สุนทรเวช
    * นายมโนมัย สุนทรเวช - พนักงานรัฐวิสาหกิจ
    * นายสุมิตร สุนทรเวช - นักการเมือง หัวหน้าพรรคประชากรไทย

นายสมัคร สมรสกับ คุณหญิงสุรัตน์ สุนทรเวช ที่ปรึกษาด้านการเงินของบริษัทใน เครือเจริญโภคภัณฑ์ มีบุตรสาวฝาแฝด คือ กานดาภาและกาญจนากร ปัจจุบันสมรสแล้วทั้งคู่ จากการที่ภรรยาทำงานอยู่กับบริษัทเอกชนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2505 สถานะการเงินของภรรยาจึงมั่นคงพอที่จะดูแลครอบครัวได้ นายสมัครเลยมิได้ทำงานประจำให้กับหน่วยงานใด และได้ทำงานด้านการเมืองเพียง อย่างเดียว มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516

สรุปประวัติทางการเมือง
    * พ.ศ. 2511 : เข้าเป็นสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ (พ.ศ. 2511 - 2519)
    * พ.ศ. 2514 : สมาชิกสภาเทศบาลนครกรุงเทพมหานคร (ได้รับเลือกตั้ง เมื่อ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2514)
    * พ.ศ. 2516 : สมาชิกสมัชชาแห่งชาติ (ได้รับแต่งตั้งเมื่อ 10 ธ.ค.16) และ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (ได้รับแต่งตั้งเมื่อ 23 ธ.ค.16)
    * พ.ศ. 2518 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (ม.ค. 2518)
          o พ.ศ. 2518 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
    * พ.ศ. 2519 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (เม.ย. 2519)
          o พ.ศ. 2519 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
          o พ.ศ. 2519 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (พ.ศ. 2519 - 2520)
    * พ.ศ. 2522 : ก่อตั้งพรรคประชากรไทย และดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค
          o สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (เม.ย. 2522)
          o ประธานคณะกรรมาธิการการคลัง และสถาบันการเงิน (พ.ศ. 2523 - 2526)
    * พ.ศ. 2526 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (เม.ย. 2526)
          o รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (พ.ศ. 2526 - 2529)
    * พ.ศ. 2529 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (ก.ค. 2529)
          o ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง (พ.ศ. 2529 - 2531)
    * พ.ศ. 2531 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (ก.ค. 2531)
          o ประธานคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ (พ.ศ. 2531 - 2533)
    * พ.ศ. 2533 : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (พ.ศ. 2533 - 2534)
    * พ.ศ. 2535 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (มี.ค. 2535) (ก.ย. 2535)
          o ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม (พ.ศ. 2535 - 2538)
    * พ.ศ. 2538 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (ก.ค. 2538)
    * พ.ศ. 2539 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (พ.ย. 2539)
    * พ.ศ. 2543 : ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (พ.ศ. 2543 - 2547)
    * พ.ศ. 2550 : รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชน (พ.ศ. 2550 - 30 ก.ย. 2551)
    * พ.ศ. 2551 : นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย (29 ม.ค.2551 - 9 ก.ย.2551)

กับดัก

กรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่า รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง สุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เสนอแผนความมั่นคงของประเทศเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ที่ผ่านมา ซึ่งในแผนความมั่นคงดังกล่าวได้ระบุถึงการเตรียมพร้อมที่จะทำสงคราม พร้อมรบ ถึงขนาดจัดทำเป็นคู่มือแจกจ่ายให้กับหน่วยงานความมั่นคงทั้งหมด

ถ้าจริงก็ว้าเหว่

สมมติมีการเสนอแผนดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ไม่ว่าจะเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการก็ตาม คนที่คิดเรื่องนี้แย่มาก ความคิดยังห่างไกลความเจริญพอสมควร เพราะแนวคิดการก่อสงคราม เป็นเรื่องที่กำลังถูกต่อต้านจากสังคมโลกที่เจริญแล้ว

แล้วถ้าเกิดสงครามขึ้นมาจริงๆ ถามว่ารัฐบาลชุดนี้จะอยู่ได้ หรือเปล่า ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ไม่พ้นการแทรกแซงจากองค์กรสากล และนำไปสู่การสิ้นชาติเหมือนหลายๆประเทศที่มีแต่ชื่อประเทศมีประชาชนแต่ไม่มีอธิปไตย

ก่อนหน้านี้ก็เคยปรากฏเป็นข่าวว่า รัฐบาลสั่งเตรียมเอฟ-16 ไปจอดที่อู่ตะเภาเพื่อบินขึ้นล็อกตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะที่กำลังขึ้นเครื่องบินส่วนตัวจากกัมพูชาและผ่านน่านฟ้าไทย

ตลกยิ่งกว่าขายหัวเราะ

ความคิดเด็กๆเหล่านี้ไม่น่าจะใช่ยุทธศาสตร์ในการบริหารประเทศ ถ้าจะบริหารงานในฐานะพรรคฝ่ายค้าน หรือพรรคการเมืองธรรมดาพรรคหนึ่งที่ท้าตีท้าต่อยชาวบ้านไปวันๆก็ทำไปเถอะ

เอาใจแฟนละครน้ำเน่า

ชีวิตจริงไม่เหมือนละครทั้งหมด เพราะชีวิตจริงจะอยู่บนความโกหกไม่ได้ตลอดไป วันนี้ห่วงว่าสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ในขณะนี้จะเป็นกับดักซ้ำซ้อนในการถ่วงความเจริญของประเทศในอนาคต

ใครขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็ต้องรับภาระต่อไปไม่มีวันสิ้นสุด แต่ที่จะต้องรับภาระทั้งปีทั้งชาติก็คือประชาชน  หนี้สินที่ก่อขึ้นมาเพื่อตำน้ำพริกละลายแม่น้ำก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว

กับดักของความชอบธรรมและกฎหมายยังรออยู่ข้างหน้า กรณี พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี นำพยานคดียุบพรรคไทยรักไทยมายืนยันว่าเป็นการใส่ร้ายป้ายสีจากฝีมือของพรรคประชาธิปัตย์ก็น่าคิด การที่ดีเอสไอนำพยานบุคคลสำคัญมาสอบสวนและให้การมัดคดีเงินบริจาคเข้าพรรคประชาธิปัตย์ 258 ล้านบาทก็น่าสนใจ ทุกอย่างปรากฏพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือ และเป็นความผิดที่สามารถยุบพรรคประชาธิปัตย์ได้ทันที

เมื่อมีการร้องเรียนและปรากฏหลักฐานใหม่เกิดขึ้น ขบวนการตรวจสอบก็ต้องทำให้โปร่งใส เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและชอบธรรมขึ้นในสังคมไทย ไม่เช่นนั้นก็จะคาใจกันไม่รู้จบ

เพราะความไม่ชอบธรรม และไม่มีมาตรฐานของสังคม วิกฤติบ้านเมือง จึงยังล่อแหลมอยู่ต่อไป อนาคตอยู่บนเส้นด้าย ความยุติธรรมไม่มี สามัคคีไม่เกิดแน่นอน.


โดย หมัดเหล็ก ไทยรัฐออนไลน์ 20 พฤศจิกายน 2552, 05:00 น.

สุเทพ ปากแข็งยันไม่เสียหน้า กรณี 'ทักษิณ' ประสานขอตัววิศวกรกลับไทย

หลายวันก่อนผมได้ หัวร่องอหาย ขำกลิ้งตกเก้าอี้ไม่เป็นท่า ต่อท่าทีของรัฐบาลที่ แสดงออกผ่านหน้าสื่อว่า จะช่วยวิศวกรคนนี้อย่างเต็มที่ พร้อมแก้ตัวให้แทนสารพัด ว่าไม่ได้ทำผิดอะไร บ้างก็โยนความผิดไปให้มิสเตอร์ผิดตลอด อย่าง ดร.ทักษิณไปโน้น ไม่ต้องมีข่าววงใน ข้อมูลวงนอกใด ๆ ก็ทำให้ชาวบ้านชาวช่องเค้าคิด ว่ารัฐบาลเป็นคนสั่งให้ไปทำ หรือเปล่า ??? ถึงได้ดิ้นรน กุลีกุจอ หาวิธีช่วยอย่างเต็มที่

วันนี้ได้ขำอุจจาระแตก อุจจาระแตนอีกครั้ง เมื่อ นายสุเทพออกมาบอกว่า ไม่เสียหน้า ที่ดร.ทักษิณ ประสานงานช่วยเหลือวิศกรคนนี้ ความผิดทุกชนิดที่คุณคิดออก คุณโยนให้เค้า คำก็นักโทษหนีคดี สองคำก็จะจับกลับมาดำเนินคดี พอเค้าช่วยเหลือ คุณบอกไม่เสียหน้า ถ้าเป็นคนอื่นทำ ผมว่าเค้าหน้าด้านนะ ไร้ศักดิ์ศรี เอ.. หรือว่ามันหมดไปนานแล้วก็ไม่แน่ใจนัก ศักดิ์ศรีน่ะ

จาตุรนต์รุกกกต. ยุบปชป. ทวงคืนยุติธรรม

อดีต รักษาการหัวหน้า ทรท. จี้ กกต.สอบเอาผิดยุบปชป. ใช้พยานเท็จใส่ร้ายยุบ ทรท.  เตรียมนัดสมาชิกบ้านเลขที่ 111 หารือทวงสิทธิ หลังพยานแฉความจริง  ขณะที่ ทีมกม.คดียุบพรรคชี้ปชป.เข้าข่ายถูกยุบพรรคชัดแจ้ง

เมื่อวันที่ 17 พ.ย. นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย สมาชิกบ้านเลขที่ 111 กล่าวกรณี พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย ออกมาเรียกร้องให้อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยออกมาทวงสิทธิของตัวเอง หลังจากพยานในคดียุบพรรคออกมาเปิดโปงข้อเท็จจริง ว่า เราทราบมาตั้งแต่การพิจารณาคดียุบพรรคไทยรักไทยแล้วว่าพยานถูกบีบคั้น เกลี้ยกล่อม จนกล่าวให้โทษพรรคไทยรักไทย และขณะนั้นกระบวนการพิจารณาไม่ค่อยให้โอกาสฝ่ายที่ได้รับโทษ ตุลาการรัฐธรรมนูญก็มีธงชัดเจนจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)  ผลที่ออกมาจึงมีมติเอกฉันท์ให้ยุบพรรคไทยรักไทย จากที่ได้รับฟังพยานทั้ง 2 คน ล่าสุด เห็นว่าน่าจะพูดความจริง ดังนั้นนอกจากพรรคไทยรักไทยจะไม่ผิดแล้ว พรรคประชาธิปัตย์จะต้องถูกยุบด้วย

นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม  ไม่แน่ใจว่ากระบวนการที่มีอยู่ในปัจจุบันจะทำได้มากน้อยเพียงใด ยอมรับว่าการกลับไปแก้ไขคำพิพากษาของพรรคไทยรักไทยค่อนข้างยาก แต่ถ้าพุ่งเป้าเอาผิดพรรคประชาธิปัตย์ยังเป็นไปได้มากกว่า เพราะพบหลักฐานใหม่แม้จะเกิดขึ้นนานแล้ว หาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สนใจเอาเรื่องอย่างจริงจัง ก็จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ตกที่นั่งลำบาก แต่จะหวังให้กกต.มาเอาเรื่องก็ไม่ง่ายเหมือนกันเนื่องจากมี ที่มาจากคมช. ก็ได้แต่หวังว่ากกต.จะเห็นแก่บ้านเมืองควรที่จะรับข้อมูลไปสอบสวนเพิ่มเติม

สมาชิกบ้านเลขที่ 111 กล่าวด้วยว่า  กรณีที่เกิดขึ้นสมาชิกบ้านเลขที่ 111 บางส่วนต้องมาคุยกันเพิ่มเติม ที่ผ่านมา ไม่ได้เน้นเรื่องการเรียกร้องสิทธิกลับคืน แต่เมื่อมีข้อเท็จจริงเช่นนี้เกิดขึ้น ก็น่าจะมาคุยกันว่าควรทำอะไรได้บ้าง เพื่อให้ความยุติธรรมกลับคืนมา  อย่างไรก็ตามการกระทำใดๆไม่อยากให้กระทบกระเทือนต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการนำระบอบประชาธิปไตยกับคืนมา ส่วนตัวคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นความไม่ยุติธรรม การใช้พยานเท็จตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย ตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค การใช้กฎหมายเผด็จการย้อนหลัง เหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้ระบบยุติธรรมไทยไม่น่าเชื่อถือ และจะประจานความไม่ยุติธรรมเรื่อยไป ทางออกคือต้องมาสังคายนากันใหม่ แก้รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นำระบบที่ยุติธรรมกลับคืนมา

ด้าน นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และทีมกฎหมายต่อสู้คดียุบพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า  ประเด็นพยาน 2 คน ที่ออกมาแถลงข่าวเปิดเผยข้อเท็จจริงมีอยู่ในสำนวนอยู่แล้ว เพียงแต่ขณะนั้นทั้ง 2 คนยังไม่เปิดเผยความจริง เมื่อวันนี้ออกมายอมรับก็สอดรับสนับสนุนกับพยานอีก 3 ปากในคดีดังกล่าว ที่เชื่อมโยงไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ก็สมควรถูกยุบพรรค เพราะพยานปากสำคัญที่ตุลาการรัฐธรรมนูญให้น้ำหนักในคดียุบพรรคไทยรักไทยทั้ง 2 คน วันนี้มาพูดชัดเจนว่าใครเป็นตัวการที่แท้จริง การกระทำของพรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นการจงใจใส่ร้าย ป้ายสี ผิดกฎหมายเลือกตั้งส.ส. ส.ว.อย่างชัดแจ้ง เข้าข่ายถูกยุบพรรค กกต.สามารถดำเนินการได้เลยทันที ส่วนสมาชิกบ้านเลขที่ 111 จะเรียกร้องอย่างไรต่อไป ถือเป็นสิทธิของแต่ละคน แต่ตนคงไม่ดำเนินการอื่นใด เพราะไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เนื่องจากใช้กฎหมายย้อนหลัง ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคโดยขัดหลักกฎหมายสากล เรื่องนี้ประชาชนตัดสินได้


โดย ทีมข่าวการเมือง ไทยรัฐออนไลน์
17 พฤศจิกายน 2552, 22:01 น.

รวมวาทะเด็ด จากสมเด็จฯฮุนเซน

กลายเป็นมวยถูกคู่ไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ ระหว่างเด็กดื้อ ศิษย์หลายเสา กับฮุนเซน พระวิหารยิม เมื่อฝ่ายแรกเปิดฉากรัวหมัดใส่อย่างไม่ยั้ง ราวกับว่าโกรธแค้นกันมาแต่ชาติปางไหน

แต่พอฝ่ายหลังตั้งหลักได้ เท่านั้นแหละมาร์คเอ๊ย เรียกว่าเห็นดาว เห็นเดือน เห็นตะวันกันเลยทีเดียว ไม่เชื่อก็ตามมาดูบทสัมภาษณ์ เฉพาะเนื้อๆเน้นๆ ที่คัดจากมติชนออนไลน์ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ก็แล้วกัน

"ผมขอประกาศชัดๆ ให้คนไทยรู้ว่าเรื่องนี้รัฐบาลไทยมาหาเรื่องกัมพูชา"

"เรื่องที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชานี้ เป็นปัญหาระหว่างผมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทยในปัจจุบันโดยแท้ ..ก่อนที่จะพูดขอให้ศึกษาหาความรู้ให้มากกว่านี้เพราะตอนที่ผมเริ่มทำงานการเมืองนั้นนายกรัฐมนตรีไทยยังเป็นเพียงเด็กวิ่งเล่นอยู่เลย"

"อยากปิดก็ขอให้ปิดไปเลย..เพราะกัมพูชาก็จะปิดเช่นกันและปิดทางด้านเศรษฐกิจด้วย ..สั่งห้ามสินค้าไทยทั้งหมดข้ามแดนเข้ามายังตลาดกัมพูชา แม้แต่หมูเพียงตัวเดียว จะไม่ให้ข้ามเข้ามา"

"เรื่องการแต่งตั้งอดีตนายกรัฐมนตรีไทยมาเป็นที่ปรึกษานั้น ผมขอประกาศชัดๆ ให้คนไทยรู้ว่าเรื่องนี้รัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ มาหาเรื่องกัมพูชา .. ผมจะบอกให้ว่า จริงๆแล้วปฏิกิริยาของคนไทยที่แท้จริงเป็นอย่างไร คือพวกเสื้อแดงสนับสนุนการแต่งตั้ง พวกเสื้อเหลืองโกรธและประท้วงคัดค้าน และยังมีกลุ่มที่สบายใจโดยอยู่เฉยๆ เงียบๆ อีกด้วยต่างหาก"

"หากทักษิณมาพำนักอยู่ในกัมพูชา นายกรัฐมนตรีไทยจะกลัวอะไรกันนักกันหนา ทักษิณไปมาแล้วทั่วโลกไม่เห็นทำอะไร ไปศรีลังกา ล่าสุด ก็ยังไม่เห็นได้ทำอะไรเลย แต่พอบอกว่าจะมากัมพูชาก็หาเรื่องกัมพูชา"

"อยากรู้นักว่าใครเป็นเบี้ยของใครกันแน่ อภิสิทธิ์ตกเป็นเครื่องมือของทักษิณเอง เพราะเมื่อทักษิณเปิดตัวเข้ามา อภิสิทธิ์ก็กระโดดออกมาตอบโต้โดยไม่คิดอะไรเลยและไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของ ชาติเลย"

"สมัยนครวัดนั้นประเทศไทยอยู่ที่ไหนกัน อ้างว่ากัมพูชามายึดครองบุกรุกดินแดนไทยนั้น กัมพูชาจะไปยึดดินแดนไทยได้อย่างไร ศึกษาประวัติศาสตร์เสียให้ดีว่า ใครรุกรานใครกันแน่"

"ผมจึงถือโอกาสนี้ร้องขอให้พี่น้องเสื้อแดงและ พรรคเพื่อไทยเสียสละอนุญาตให้ผมนำท่านทักษิณ มาช่วยกัมพูชาในเรื่องเศรษฐกิจบ้างด้วยแล้วกัน"

"ในเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับทักษิณก็ต้องไล่แก้ตั้งแต่ทักษิณมาเลย ตั้งแต่เรื่องการปฏิวัติ เมื่อ 19 กันยายน 2549"

"ถ้าอภิสิทธิ์เก่งจริงก็ขอให้เลือกตั้งใหม่สิ ท่านกลัวอะไรหรือ หรือว่ากลัวที่จะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรืออย่างไร หรือว่ากลัวว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้ง"

"ผมเองเป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้รับเสียงสนับสนุนถึง 2/3 ของสภากัมพูชา แล้ว ท่านอภิสิทธิ์ได้รับเท่าไหร่กันหรือ ขโมยเก้าอี้เขามานั่ง ขโมยของของคนอื่น มาเป็นของตัวเองจะให้เคารพได้อย่างไร"

"อภิสิทธิ์มีปัญหาท่วมตัวอยู่แล้ว อาจตายได้..ทักษิณเป็นเพื่อนของผม เพื่อนไม่สามารถหักหลังเพื่อนได้ ไม่สามารถโยนเพื่อนให้เสือกินได้หรอก"

"อยากฉีกอะไรทิ้งก็ฉีกไปเลย อยากปิดอะไรก็ปิดไปเถิด เพราะถ้าเปิดคงจะไม่สะดวกแล้ว เห็นทีต้องถอนกำลังทหาร 911 (หน่วยรบพิเศษ) ของกัมพูชาออกภายในหนึ่งสัปดาห์ดีกว่า เพราะว่าใช้กำลังเพียงนิดๆ หน่อยก็พอ (ที่จะสู้กับไทย) แล้ว"

"รองนายกรัฐมนตรีสุเทพของไทยได้ขอ ว่า ให้ช่วยจับทักษิณส่งตัวไปประเทศไทยได้หรือไม่ เรื่องนี้ผมทำไม่ได้หรอก ถ้าผมทำเช่นนั้นก็ถือเป็น กบฏต่อมิตร"

"ขอร้องให้พี่น้อง ประชาชน-ตำรวจ-ทหารไทย ทราบว่าคนที่คุณๆ ทั้งหลายต่อว่าอยู่นั้นเป็นผู้ที่ชนะการเลือกตั้งมาแล้วทั้งนั้น ผมเคารพอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมจึงช่วยเขา มีแต่อภิสิทธิ์เท่านั้นที่จงเกลียดจงชังคนเหล่านั้น"

"ไทยก็ยังสนับสนุนให้เขมรแดงทำการสู้รบกับรัฐบาลที่ถูกกฎหมาย แล้วให้พวกเขมรแดงไปอยู่ประเทศไทย ไทยให้อยู่ในดินแดนไทยได้อย่างไร เรายังไม่ทำเช่นนั้นเลย ถ้าทักษิณตั้งกองกำลังอยู่ในดินแดนกัมพูชาจะว่าอย่างไรบ้างล่ะ ..ลงนามไม่สนับสนุนเขมรแดง ลงนามสันติภาพ แต่ก็ยังละเมิดหลายอย่าง ขอให้คนไทยดูไว้กฎหมายระหว่างประเทศยังไม่เคารพเลย จะให้เราเคารพกฎหมายไทยได้อย่างไร"


จากคุณ tnmcfc พันธ์ทิพย์ ราชดำเนิน

ไม่ยอมรับความจริง

การหยิบยกข้อมูลมาวิพากษ์วิจารณ์และพาดพิงถึงผู้อื่นหรือผลประโยชน์ของประเทศ ทำให้เกิดความเสียหายนั้น ในสังคมที่ไม่ค่อยพัฒนา จะไม่คำนึงถึงเรื่องเหล่านี้เท่าไหร่นัก ข้อเท็จจริงจะผิดจะถูกไม่เป็นไร ทำให้สังคมเห็นดีเห็นงามด้วยเป็นพอ

เป็นสังคมแห่งการสร้างภาพ

พูดกันอย่างตรงไปตรงมา นโยบายไทยเข้มแข็ง โครงการเศรษฐกิจชุมชนพอเพียง  ฉาวโฉ่จนเข้าขั้นโคม่าขนาดนี้ ปรากฏความผิดชัดเจน  อะไรไม่ว่าโครงการที่ทุจริตก็เป็นโครงการที่ต้องไปกู้เงินมาทำโครงการถึง 8 แสนล้าน

รัฐบาลก็ยังลอยนวล

นักประท้วงที่บอกว่าจะออกมา ต่อต้านการทุจริตคอรัปชัน ก็แกล้งทำเป็นไม่เห็นเอาดื้อๆ เลยเสื่อมความนิยมไปทันตาเห็น สมมุติถ้าเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดที่แล้วๆมา พัวพันถึงบุคคลสำคัญในรัฐบาล

น่าจะรอดยาก

สังคมไทยก็แปลก เหมือนสังคมตาบอดสี การบิดเบือนข้อมูลสารพัดวิชามาร หรือการปั้นน้ำเป็นตัว ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ มักจะเกิดขึ้นในรัฐบาลใดต้องไปค้นข่าวเก่าๆดู

ประเทศไทยหลังชนฝาจนขนาดนี้ ก็ยังดำดินไปโทษคนโน้นคนนี้ได้ลงคอ เหตุที่ผู้นำเขมรไม่พอใจรัฐบาลชุดนี้ ขอย้ำว่าเฉพาะรัฐบาลชุดนี้ เพราะอะไรเพราะใคร ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้เมื่อยตุ้ม

กรณีอ้างว่าทั้ง ทักษิณ-ฮุน เซน-บิ๊กจิ๋ว ได้ผลประโยชน์ร่วมกันในการหาเรื่องไทยครั้งนี้  เพราะเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นหลังบิ๊กจิ๋ว ไปเยือนกัมพูชา

กำปั้นทุบดิน

โน่นอ้างไปถึงการทำธุรกิจร่วมกัน อาศัยการบิดเบือนข้อมูล บริษัทชินคอร์ปและครอบครัวชินวัตร ขายหุ้นมูลค่า 7 หมื่น 3 พันล้าน ให้กับกองทุนเทมาเส็กเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2549 เป็นการขายหุ้นหลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม ให้บริษัทคนต่างด้าวถือหุ้นในบริษัทกิจการโทรคมนาคมจาก

ร้อยละ 25 เป็นร้อยละ 49

ดูเหมือนจะเข้าเค้า แต่ถ้าพิจารณาให้ดีชินคอร์ปไม่ได้เป็นผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว และไม่ได้เป็นเจ้าของสัมปทานดาวเทียม การถือหุ้นของชินคอร์ปมีสัดส่วน 49.99 มาตั้งแต่ปี 2542 แต่การแก้ไขกฎหมายมาทำในปี 2543 ถ้าจำไม่ผิดเป็นสมัยรัฐบาลนายกฯชวนด้วยซ้ำ

ในปี 2546 บริษัทกิจการโทรคมนาคม ทีทีแอนด์ที ดีแทค และทรู ได้ผลักดันให้กระทรวงคมนาคมแก้ไขสัดส่วนต่างๆ สมัยนั้นยังไม่แยกไปเป็นกระทรวงไอซีที ฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ถ้าเจาะลึกลงไปก็จะเห็นการบิดข้อมูลเอามาเป็นประโยชน์ ประชาชนก็เลยได้ข้อมูลข่าวสารที่ผิดๆไป

มองเห็นกงจักรเป็นดอกบัว.


โดย หมัดเหล็ก คอลัมน์คาบลูกคาบดอก
ไทยรัฐออนไลน์ 17 พฤศจิกายน 2552, 05:00 น.

คลิป เปิดตัวพยาน 2 ปากเอก ให้การเท็จยุบ ไทยรักไทย



newskythailand Gallery

Twitter Updates (thaksinlive)

Red Twitter ทวิตเตอร์เสื้อแดง

จำนวนผู้เยี่ยมชม