rarinna shop

สวัสดีปีใหม่

คงไม่เร็วเกินไปที่จะกล่าวคำว่า สวัสดีปีใหม่ครับ อยากจะขออวยพรให้คนที่ยังมืดมัว ได้ตาสว่าง เห็นถูกเป็นถูก เห็นผิดเป็นผิดซะที อย่าให้ใครปั่นหัวเล่น โดยเฉพาะสื่อเสี้ยม กับ โพลบิดเบือน

คนไม่ได้ยึดทำเนียบ ไม่ได้ยึดสนามบิน เอาปืนเอ็ม16 ออกมาปราบ แต่คนยึดทำเนียบ ยึดสนามบินล้อมไว้เฉย ๆ มีได้แค่โล่และมือเปล่า คนที่สั่งฆ่าประชาชนอย่างเลือดเย็นยังเป็นคนดีอยู่ได้เลย ที่มันเป็นอย่างนี้ก็ไม่ใช่เพราะสื่อบิดเบือนหรอกหรือ

โลกนี้ไม่มีมนุษย์ที่ดีเลิศ คำว่าคนดีคงไม่ใช่ดีเลิศ เพียงแค่ดีพอก็โอเค เพียงแต่ที่ผ่านมา มันมีคนดีแบบที่ดีเพราะโฆษณาเก่งซะเยอะ คนที่ถูกมองว่าเลว ก็เพราะสื่อช่วยตีอีกน่ะแหละ

ก็เลยอยากขอพรให้คนไทยได้ตาสว่างกันเป็นพรอันสำคัญสำหรับปีนี้

สามัคคี แปล ว่าอะไร

 แทบจะเรียกได้ว่า 100% เต็ม ของรายการทีวีไทย จะต้องมีดารา นักแสดง หรือ พิธีกร พูด ให้คนไทยต้องสามัคคีกัน ตอนนี้ใครทะเลาะกับใครหรือครับ? คำว่าสามัคคีแปลว่า คนที่ไม่ได้รับความยุติธรรมต้องอยู่เฉย ๆ หรือ?

เราลองมาทบทวนกันดูหน่อยไหมว่า เราควรจะนิ่งเฉยในประเด็นใดบ้าง เพื่อสนองคำว่า สามัคคี

-ถ้ามีนักเลงโตพาพวกบุกยึดสถานีโทรทัศน์ สนามบินนานาชาติ ทำเนียบรัฐบาล ทำลายข้าวของ เราก็ควรจะปล่อย ๆ ไปใช่ไหม?
-หรือถ้ามีใครสักคนบุกรุกป่าสงวน สร้างบ้านใหญ่โต ก็คงไม่เป็นไร หากคนนั้นเป็นคนใหญ่คนโตงั้นสิ
-เด็กปี1คณะนิติศาสตร์ ถ้าเรียนวิชากฏหมายทั่วไป แล้วก็คงรู้ว่า โดยหลัก จะไม่มีการตัดสินคดี โดยใช้กฎหมายย้อนหลังเพื่อเป็นโทษแก่จำเลย และไม่ควรใช้พจนานุกรม มาใช้ตัดสินคดีความทั้งที่มีกฎหมายอื่นให้เทียบเคียง หากมีการตัดสินคดีแบบกระเหรี่ยง ๆ แบบนี้ เราก็ควรจะนิ่งเฉยเพื่อความ สามัคคี

นี่เป็นเพียงตัวอย่าง ที่พอจะนึกออกว่า กว่า 3 ปีที่ผ่านมา บ้านเมืองนี้มันวิปริตอย่างไรบ้าง แล้วมีกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ ออกมาทักท้วงเพื่อความถูกต้อง เรียกร้องความยุติธรรม มันคือการไม่รักชาติ และไม่สามัคคีอย่างนั้นหรือ

สามัคคีเป็นเรื่องดี แต่ตอนนี้กำลังถูกบิดเบือนหรือเปล่า ลองคิดกันดู

สงครามในภูมิภาคนี้

ข้อพิพาทระหว่าง นายกฯไทยกับนายกฯกัมพูชา ร้อนระอุขึ้นทุกวัน ความเคลื่อนไหวของ ฮุน เซน นายกฯกัมพูชา แต่ละย่างก้าว ตอกหน้ารัฐบาลไทย นายกฯไทยทุกดอก การตอบโต้ ของฝ่ายไทยกลับยิ่งเป็นการเปิดช่องให้กัมพูชาทิ่มแทงให้ บาดแผลลึกมากขึ้น

งานนี้ กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ และ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เดินเกมผิดมาตั้งแต่ต้น แสดงถึงความเป็นมือใหม่หัดขับ กับดักที่นายกฯฮุน เซนวางไว้ เข้าทางทุกลูก

วันนี้รัฐบาลไม่ใช่ต้องรับมือกับ เสื้อแดง หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น แต่ต้องรับมือกับรัฐบาลกัมพูชาด้วย ทั้งศึกใน ศึกนอก  รอบบ้านมีแต่ศัตรูก็อยู่กันด้วยความหวาดระแวง การโกอินเตอร์ของนายกฯอภิสิทธิ์  ความสำเร็จไม่ใช่อยู่ที่การเป็นข่าวว่า เดินทางไปพบผู้นำคนนั้นคนนี้ หรือเข้าประชุมในระดับสากลแค่ไหนอย่างไร

แต่อยู่ที่มิตรภาพมากกว่า เราไม่ได้รับมิตรภาพจากประเทศเพื่อนบ้านเลยแม้แต่ประเทศเดียว ลาว เวียดนาม กัมพูชา พม่า มาเลเซีย สิงคโปร์ มีประเทศไหนที่เป็นมิตรแท้กับบ้านเราบ้าง รัฐบาลคงรู้แก่ใจดีที่สุด การออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์ของ คำรบ ปาลวัฒน์วิไชย นอกจากจะมัดตัวเองและประจานกระทรวงต่างประเทศแล้ว ยังเป็นใบเสร็จมัดข้อกล่าวหาของกัมพูชาด้วย

วันนี้ระหว่างคำพูดของ ศิวรักษ์ ชุติพงษ์ กับคำรบ ใครมีน้ำหนักกว่ากันคงไม่ต้องเฉลยให้เมื่อยตุ้ม ด้วยการชิงถือไพ่ที่เหนือกว่า ดูเหมือนว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ จะถึงทางตันสำหรับการที่จะเอาตัว พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาลงโทษในประเทศไทย

อยู่แค่ปลายจมูกยังไม่มีปัญญาทำอะไร

กับการที่ฮุน เซน แฉเองว่า รัฐบาลไทยมีแผนที่จะกำจัด พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ต้องมีใบเสร็จ คนระดับผู้นำที่กล้าล้วงลึกขนาดนี้ต้องมั่นใจ

ข้อต่อรองให้รัฐบาลกัมพูชายอมรับในกระบวนการยุติธรรมของศาลไทย  ให้ยกเลิกการตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจ  ถูกสวนกลับด้วยข้อเสนอว่าความสัมพันธ์กับประเทศไทยจะมีขึ้นก็ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่

ปิดประตูความสัมพันธ์ชัดเจน

ยังต้องรอลุ้น กรณีเครื่องบินขนอาวุธสงคราม จะชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้านอีกหรือไม่ ยิ่งผู้นำให้สัมภาษณ์แสดงวิสัยทัศน์ว่าอาจจะเอาอาวุธที่ยึดได้บางชนิดไว้ใช้งาน

หมดหล่อ

ลดระดับความเป็นอินเตอร์ในพริบตาเดียว บวกกับความไม่ยุติธรรมบางอย่างในประเทศที่กำลังจะเกิดขึ้น คดีเงินบริจาคก็เริ่มแฉถึงความฉาว เข้าทำนอง ความยุติธรรมไม่มี สามัคคีไม่เกิด รอวันเสียงปืนแตก.


โดย หมัดเหล็ก คอลัมน์ คาบลูกคาบดอก
ไทยรัฐออนไลน์ 21 ธันวาคม 2552, 05:00 น.

เพลง นักรบนิรนาม : จิ้น

ส่งนายทะเบียน คดียุบปชป. อภิชาตให้ยกคำร้อง


มติกกต. 4 ต่อ 1 เสียงข้างมาก ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์  พบการกระทำความผิด ทั้ง 2 กรณี ส่วน กกต.เสียงข้างน้อย "อภิชาต สุขัคคานนท์"  ให้ยกคำร้องทั้ง 2 กรณี แต่การลงมติไม่สมบูรณ์ ส่งนายทะเบียนทำความเห็น

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. แถลงผลการประชุมกกต.เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ว่า ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาข้อกล่าวหากรณีพรรคประชาธิปัตย์ รับเงินบริจาคจำนวน 258 ล้านบาท จากบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) และการใช้เงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองผิดวัตถุประสงค์ อาจเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.พรรคการเมือง โดยที่ประชุม กกต.มีมติด้วยคะแนนเสียงข้างมาก เห็นควรส่งเรื่องให้นายทะเบียนพรรค การเมือง พิจารณาทำความเห็นว่าสมควรจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่

มีรายงานว่า  ที่ประชุม กกต.มีการลงมติด้วยคะแนนเสียง 4 ต่อ 1 โดย กกต.เสียงข้างมากเห็นว่าให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากพบการกระทำความผิด ทั้ง 2 กรณี ส่วน กกต.เสียงข้างน้อยคือนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ให้ยกคำร้องทั้ง 2 กรณี แต่การลงมติไม่สมบูรณ์ เนื่องจากนายอภิชาตในฐานะนายทะเบียนพิจารณา โดยนายอภิชาตเข้าใจว่า การพิจารณาคดีนี้จะเหมือนกับการตัดสินคดีของนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีต กรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน ที่ไม่ต้องมีความเห็นของนายทะเบียนเข้ามาประกอบ ที่ประชุมจึงให้รอความเห็นของนายอภิชาตส่งเข้ามาก่อน


ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ 18 ธันวาคม 2552, 05:50 น.

เพลงอยากมีเรื่อง : เพลงสนุก ๆ ของคนเสื้อแดง

ว่าไงมาร์ค จะตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับเลบานอนหรือเปล่า?

ดร. ทักษิณ ชินวัตร เข้าพบ H.E. Mr. Michel Suleiman ประธานาธิบดีเลบานอน ที่ทำเนียบประธานาธิบดี กรุงเบรุต ประเทศเลบานอน เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2552



ดร. ทักษิณ ชินวัตร เคารพศพนายราฟิก ฮาริรี อดีตนายกรัฐมนตรีเลบานอน ที่ถูกลอบสังหารโดยระเบิด ขบวนรถด้วยระเบิด TNT กว่า1,000 กิโลกรัม เมื่อ 14 ก.พ.2548

อาลัยแด่การจากไปของลุงหมัก


24 พฤศจิกายน 2552 เป็นอีกหนึ่งวันที่เราต้องเสียขุนพลฝ่ายประชาธิปไตยไป อย่างไม่มีวันกลับ กับการจากไปของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของไทย เมื่อเวลา 08:48น. ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ หลังเข้าพักรักษาตัวด้วยโรคมะเร็งขั้วตับ เป็นเวลาประมาณ 1 ปี

หลังจากการรัฐประหารเมื่อปี 2549 หลังจากการที่พรรคไทยรักไทยถูกยุบ ตามแผนบันได 4 ขั้นของ คมช และตัดสิทธิ์ทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคทั้ง 111 คน

ในวันที่ฝ่ายประชาธิปไตยต้องเพลี่ยงพล้ำอย่างนี้ ลุงหมักได้อาสารับหน้าที่เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ทำหน้าที่เป็นขุนพลที่ช่วยให้ฝ่ายประชาธิปไตย ได้ฟื้นกลับมาตั้งตัวได้อีกครั้งหนึ่ง และเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นมวลมหาประชาชนอย่างทุกวันนี้

ขอขอบคุณลุงหมัก ขอขอบคุณอย่างจริงใจ ที่มีส่วนทำให้คนเสื้อแดงเติบโตจนถึงทุกวันนี้
อาลัยยิ่ง หลับให้สบายเถิด



ชีวประวัติ โดยสังเขป
นายสมัคร สุนทรเวชเป็นบุตรของ เสวกเอก พระยาบำรุงราชบริพาร (เสมียน สุนทรเวช) กับ คุณหญิงบำรุงราชบริพาร (อำพัน จิตรกร) เป็นหลานลุงของ มหาเสวกตรี พระยาแพทย์พงศาวิสุทธาธิบดี (สุ่น สุนทรเวช) นายแพทย์ประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นหลานตาของ มหาเสวกตรี พระยาอนุศาสน์จิตรกร (จันทร์ จิตรกร) จิตรกรประจำสำนัก

นายสมัครเป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนพี่น้อง 6 คน ดังนี้
    * พ.อ. (พิเศษ) พ.ญ.มยุรี พลางกูร - อดีตรองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
    * นางเยาวมาลย์ ราชวังเมือง - ประกอบธุรกิจส่วนตัว
    * พล.อ.อ.สมมต สุนทรเวช - อดีตที่ปรึกษา ทอ. (ถึงแก่กรรมแล้ว)
    * นายสมัคร สุนทรเวช
    * นายมโนมัย สุนทรเวช - พนักงานรัฐวิสาหกิจ
    * นายสุมิตร สุนทรเวช - นักการเมือง หัวหน้าพรรคประชากรไทย

นายสมัคร สมรสกับ คุณหญิงสุรัตน์ สุนทรเวช ที่ปรึกษาด้านการเงินของบริษัทใน เครือเจริญโภคภัณฑ์ มีบุตรสาวฝาแฝด คือ กานดาภาและกาญจนากร ปัจจุบันสมรสแล้วทั้งคู่ จากการที่ภรรยาทำงานอยู่กับบริษัทเอกชนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2505 สถานะการเงินของภรรยาจึงมั่นคงพอที่จะดูแลครอบครัวได้ นายสมัครเลยมิได้ทำงานประจำให้กับหน่วยงานใด และได้ทำงานด้านการเมืองเพียง อย่างเดียว มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516

สรุปประวัติทางการเมือง
    * พ.ศ. 2511 : เข้าเป็นสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ (พ.ศ. 2511 - 2519)
    * พ.ศ. 2514 : สมาชิกสภาเทศบาลนครกรุงเทพมหานคร (ได้รับเลือกตั้ง เมื่อ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2514)
    * พ.ศ. 2516 : สมาชิกสมัชชาแห่งชาติ (ได้รับแต่งตั้งเมื่อ 10 ธ.ค.16) และ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (ได้รับแต่งตั้งเมื่อ 23 ธ.ค.16)
    * พ.ศ. 2518 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (ม.ค. 2518)
          o พ.ศ. 2518 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
    * พ.ศ. 2519 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (เม.ย. 2519)
          o พ.ศ. 2519 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
          o พ.ศ. 2519 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (พ.ศ. 2519 - 2520)
    * พ.ศ. 2522 : ก่อตั้งพรรคประชากรไทย และดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค
          o สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (เม.ย. 2522)
          o ประธานคณะกรรมาธิการการคลัง และสถาบันการเงิน (พ.ศ. 2523 - 2526)
    * พ.ศ. 2526 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (เม.ย. 2526)
          o รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (พ.ศ. 2526 - 2529)
    * พ.ศ. 2529 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (ก.ค. 2529)
          o ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง (พ.ศ. 2529 - 2531)
    * พ.ศ. 2531 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (ก.ค. 2531)
          o ประธานคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ (พ.ศ. 2531 - 2533)
    * พ.ศ. 2533 : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (พ.ศ. 2533 - 2534)
    * พ.ศ. 2535 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (มี.ค. 2535) (ก.ย. 2535)
          o ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม (พ.ศ. 2535 - 2538)
    * พ.ศ. 2538 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (ก.ค. 2538)
    * พ.ศ. 2539 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (พ.ย. 2539)
    * พ.ศ. 2543 : ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (พ.ศ. 2543 - 2547)
    * พ.ศ. 2550 : รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชน (พ.ศ. 2550 - 30 ก.ย. 2551)
    * พ.ศ. 2551 : นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย (29 ม.ค.2551 - 9 ก.ย.2551)

กับดัก

กรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่า รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง สุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เสนอแผนความมั่นคงของประเทศเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ที่ผ่านมา ซึ่งในแผนความมั่นคงดังกล่าวได้ระบุถึงการเตรียมพร้อมที่จะทำสงคราม พร้อมรบ ถึงขนาดจัดทำเป็นคู่มือแจกจ่ายให้กับหน่วยงานความมั่นคงทั้งหมด

ถ้าจริงก็ว้าเหว่

สมมติมีการเสนอแผนดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ไม่ว่าจะเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการก็ตาม คนที่คิดเรื่องนี้แย่มาก ความคิดยังห่างไกลความเจริญพอสมควร เพราะแนวคิดการก่อสงคราม เป็นเรื่องที่กำลังถูกต่อต้านจากสังคมโลกที่เจริญแล้ว

แล้วถ้าเกิดสงครามขึ้นมาจริงๆ ถามว่ารัฐบาลชุดนี้จะอยู่ได้ หรือเปล่า ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ไม่พ้นการแทรกแซงจากองค์กรสากล และนำไปสู่การสิ้นชาติเหมือนหลายๆประเทศที่มีแต่ชื่อประเทศมีประชาชนแต่ไม่มีอธิปไตย

ก่อนหน้านี้ก็เคยปรากฏเป็นข่าวว่า รัฐบาลสั่งเตรียมเอฟ-16 ไปจอดที่อู่ตะเภาเพื่อบินขึ้นล็อกตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะที่กำลังขึ้นเครื่องบินส่วนตัวจากกัมพูชาและผ่านน่านฟ้าไทย

ตลกยิ่งกว่าขายหัวเราะ

ความคิดเด็กๆเหล่านี้ไม่น่าจะใช่ยุทธศาสตร์ในการบริหารประเทศ ถ้าจะบริหารงานในฐานะพรรคฝ่ายค้าน หรือพรรคการเมืองธรรมดาพรรคหนึ่งที่ท้าตีท้าต่อยชาวบ้านไปวันๆก็ทำไปเถอะ

เอาใจแฟนละครน้ำเน่า

ชีวิตจริงไม่เหมือนละครทั้งหมด เพราะชีวิตจริงจะอยู่บนความโกหกไม่ได้ตลอดไป วันนี้ห่วงว่าสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ในขณะนี้จะเป็นกับดักซ้ำซ้อนในการถ่วงความเจริญของประเทศในอนาคต

ใครขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็ต้องรับภาระต่อไปไม่มีวันสิ้นสุด แต่ที่จะต้องรับภาระทั้งปีทั้งชาติก็คือประชาชน  หนี้สินที่ก่อขึ้นมาเพื่อตำน้ำพริกละลายแม่น้ำก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว

กับดักของความชอบธรรมและกฎหมายยังรออยู่ข้างหน้า กรณี พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี นำพยานคดียุบพรรคไทยรักไทยมายืนยันว่าเป็นการใส่ร้ายป้ายสีจากฝีมือของพรรคประชาธิปัตย์ก็น่าคิด การที่ดีเอสไอนำพยานบุคคลสำคัญมาสอบสวนและให้การมัดคดีเงินบริจาคเข้าพรรคประชาธิปัตย์ 258 ล้านบาทก็น่าสนใจ ทุกอย่างปรากฏพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือ และเป็นความผิดที่สามารถยุบพรรคประชาธิปัตย์ได้ทันที

เมื่อมีการร้องเรียนและปรากฏหลักฐานใหม่เกิดขึ้น ขบวนการตรวจสอบก็ต้องทำให้โปร่งใส เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและชอบธรรมขึ้นในสังคมไทย ไม่เช่นนั้นก็จะคาใจกันไม่รู้จบ

เพราะความไม่ชอบธรรม และไม่มีมาตรฐานของสังคม วิกฤติบ้านเมือง จึงยังล่อแหลมอยู่ต่อไป อนาคตอยู่บนเส้นด้าย ความยุติธรรมไม่มี สามัคคีไม่เกิดแน่นอน.


โดย หมัดเหล็ก ไทยรัฐออนไลน์ 20 พฤศจิกายน 2552, 05:00 น.

newskythailand Gallery

Search

จำนวนผู้เยี่ยมชม

เริ่มนับจาก: 2009-09-18